ถ้าเรารู้จักใช้ ทริคการเล่นบอร์ดเกม Wits and Wagers อ่านโจทย์ให้เป็น ให้คล่องก่อนลงมือเขียนเลข ทุกคำถามจะรู้สึก “ง่ายขึ้นแบบมีเหตุผล” ทันที จากที่เคยได้ยินคำถามแล้วสมองฟุ้ง “เลขอะไรวะเนี่ย” กลายเป็นมองเห็นโครงว่าโจทย์กำลังถามอะไร วัดอะไร และควรอยู่สเกลประมาณไหน

มันคล้ายมากกับเวลาคนไปลุ้นอะไรในชีวิตจริงแบบมีตัวเลขมาเกี่ยว เช่น ลุ้นผลบอล ลุ้นสถิติ หรือพอเห็นเพื่อนแชร์ลิงก์แพลตฟอร์มลุ้นผลชื่อดังอย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ถ้าเราอ่าน “โจทย์” ไม่เป็น เห็นแค่คำโปรยสวย ๆ กับตัวเลขล่อใจ เราก็จะหลุดเข้าโหมดเดาแบบอารมณ์ล้วนทันที แต่ถ้าอ่านสิ่งที่เขาสื่อจริง ๆ ออก เราจะเริ่มตั้งคำถามถูก ว่าจริง ๆ แล้วเขากำลังให้เรา “เล่นเกมอะไร”
ใน Wits and Wagers ก็เหมือนกัน ทุกคำถามคือโจทย์ที่ออกแบบมาอย่างมีความตั้งใจ คนทำเกมไม่ได้สุ่มเลขมาเล่น ๆ เขากำลัง “ชวนให้เราเดาอะไรสักอย่าง” และถ้าเราอ่านเจตนาโจทย์ออกก่อนคิดเลข เราจะเดาได้ฉลาดขึ้นเยอะ แม้จะยังผิดอยู่บ้าง แต่จะผิดแบบมีคลาส ผิดแบบใกล้ ผิดแบบเพื่อนหันมามองแล้วพูดว่า “เออ คิดได้ไงวะ ดีอยู่นะ”
บทนี้เราจะโฟกัสทริคเดียวเน้น ๆ คือการอ่านโจทย์ให้เป็น โดยแยกเป็นขั้นตอนง่าย ๆ จับคีย์เวิร์ด รู้ขอบเขต รู้ว่าโจทย์กำลังวัดอะไร แล้วค่อยคิดเลขทีหลัง
ทำไมการอ่านโจทย์ให้เป็น ถึงสำคัญกว่าที่คิด
คนส่วนใหญ่เวลาเล่น Wits and Wagers จะทำแบบนี้
- ได้ยินคำถามแค่รอบแรก
- สมองเริ่มปั้นตัวเลขในหัวทันที
- รีบเขียนเลขก่อนลืม
- ค่อยมาอ่านโจทย์ซ้ำตอนเฉลย (ซึ่งสายไปแล้ว…)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
- เรา “ได้ยิน” โจทย์ แต่ไม่ได้ “เข้าใจ” โจทย์
- เราเดาตัวเลขจาก “ความรู้สึก” มากกว่าจาก “โครงสร้างโจทย์”
- หลายครั้งพอเฉลยแล้วถึงรู้ว่า ตอนฟังครั้งแรกเราตีความผิด หรือพลาดคำเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก
ทริคการเล่นบอร์ดเกม Wits and Wagers อ่านโจทย์ให้เป็น เลยไม่ได้แค่ช่วยให้เราเขียนเลขดีขึ้น แต่มันช่วยให้
- ลดโอกาสตอบหลุดโลกแบบไม่จำเป็น
- ใช้ทริคอื่น (เช่น เลขอ้างอิง, การอ่านกระดาน, การบริหารชิป) ได้แม่นยำขึ้น
- เล่นแล้วรู้สึก “คุมเกมในหัวตัวเอง” มากขึ้น ไม่ใช่ถูกคำถามลากไปทุกทิศ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเราอ่านโจทย์เฉื่อย ๆ ต่อให้ทริคอื่นเทพแค่ไหน ก็เหมือนมีดคมแต่หั่นตอนปิดไฟอยู่ดี
แกะโครงโจทย์: เขากำลังวัดอะไรเรากันแน่
ก่อนคิดเลข เราควรถามตัวเองเสมอว่า
“คำถามนี้ กำลังวัด ‘อะไร’ ของเรา?”
ใน Wits and Wagers โจทย์มักวัดอย่างน้อยหนึ่งในสิ่งเหล่านี้
- ความรู้ทั่วไป (General Knowledge)
- ความรู้สึกสเกล/ขนาดของโลก (Sense of Scale)
- การเชื่อมโยงข้อมูล (Reasoning)
- การตีความภาษา (Language / Wording)
ประเภทโจทย์แบบคร่าว ๆ
เราลองแบ่งโจทย์ตาม “ความตั้งใจของคนเขียน” แบบหยาบ ๆ ได้ดังนี้
โจทย์วัดความรู้ตรง ๆ
เช่น
- “โอลิมปิกครั้งแรกจัดขึ้นในปี ค.ศ. อะไร”
- “ในหนึ่งปี ดวงจันทร์โคจรรอบโลกประมาณกี่รอบ”
อันนี้ถ้าเรามีพื้นความรู้ ก็เดาใกล้ได้จากสิ่งที่เคยอ่านมา
โจทย์วัด sense ของจำนวน/สเกล
เช่น
- “ในหนึ่งปีมีเครื่องบินขึ้น-ลงสนามบินสุวรรณภูมิกี่เที่ยวบิน”
- “จำนวนปลาที่คนทั้งโลกจับได้ต่อปีประมาณกี่ตัน”
อันนี้คนเขียนไม่ได้หวังให้เรารู้เลขเป๊ะ ๆ แต่เขาต้องการดูว่าเรามี sense ของคำว่า “เยอะมากระดับโลก” แค่ไหน
โจทย์วัดความเข้าใจเรื่องเวลา/ช่วงเวลา
เช่น
- “สงคราม X กินเวลานานกี่ปี”
- “จากยุค A ถึงยุค B ห่างกันกี่ปี”
อันนี้ต้องใช้การลบ–บวกปี หรือเทียบเหตุการณ์อื่นในหัว
โจทย์วัดการตีความภาษา
เช่น
- แอบใส่คำว่า “เฉลี่ย” หรือ “โดยประมาณ” หรือ “เป็นทางการ”
- หรือกำหนดเงื่อนไขบางอย่างที่ถ้าไม่อ่านดี ๆ จะเข้าใจผิด
อันนี้แหละที่ทริคอ่านโจทย์ช่วยได้ที่สุด เพราะแค่จับคำสำคัญผิด ตัวเลขทั้งตัวจะเพี้ยนไปทันที
Step-by-step ทริคการเล่นบอร์ดเกม Wits and Wagers อ่านโจทย์ให้เป็น
เวลาได้ยินพิธีกรอ่านคำถาม แทนที่จะปล่อยให้คำถามไหลผ่านหูไปเฉย ๆ เรามาลองใช้ขั้นตอนแบบรวบรัดแต่โคตรมีประโยชน์กัน
ขั้นที่ 1 – ฟัง/อ่านโจทย์เต็ม ๆ อย่างตั้งใจหนึ่งรอบ
ง่ายสุด แต่คนชอบข้ามที่สุด
- อย่าเพิ่งคิดเลขตั้งแต่คำแรก
- ปล่อยให้ประโยคคำถามจบก่อน แล้วค่อยเริ่มคิด
วิธีนี้ช่วยให้เราไม่หลุด “หางประโยคสำคัญ” เช่นคำว่า “เฉลี่ย”, “อย่างเป็นทางการ”, “ในหนึ่งปี”, “ต่อ 1 คน” ฯลฯ
ถ้าเล่นหลายรอบแล้วรู้สึกว่าตัวเองชอบหลุดหางโจทย์ ให้ตั้งกติกากับตัวเองว่า
“ห้ามคิดเลขจนกว่าจะได้ยินคำถามจบ”
เหมือนตั้ง delay เล็ก ๆ ให้สมองประมวลผลภาษาให้เสร็จก่อน
ขั้นที่ 2 – จับคีย์เวิร์ดสำคัญของโจทย์
หลังได้ยินโจทย์แล้ว ให้ลอง repeat ในหัวด้วยคำของตัวเองสั้น ๆ เช่น
- “โอเค โจทย์ถามจำนวนนักท่องเที่ยวไปประเทศ X ต่อปี”
- “ถามจำนวนปีที่สงคราม X ยืดเยื้อ”
- “ถามความยาวของแม่น้ำ Y”
จากนั้นดึง “คำสำคัญ” ออกมา เช่น
- หน่วยเวลา → ต่อปี / ต่อวัน / ต่อหนึ่งคน
- หน่วยปริมาณ → กี่คน / กี่กิโลเมตร / กี่ตัน / กี่ครั้ง
- ขอบเขต → ทั้งโลก / ประเทศเดียว / เมืองเดียว
คีย์เวิร์ดเล็ก ๆ พวกนี้มีพลังมาก ถ้าเราตกหล่นแม้แต่คำเดียว ตัวเลขจะวิ่งไปคนละจักรวาลทันที
ขั้นที่ 3 – ระบุ “กรอบ” ของคำตอบ
ถามตัวเองว่า
- “คำตอบต้องเป็นเลขระดับไหน?”
- หลักสิบ / ร้อย / พัน / ล้าน / พันล้าน
- “มันคือจำนวนของอะไร?”
- ของที่นับยาก/เยอะมาก เช่น คนทั้งโลก, สินค้าทั่วประเทศ
- ของที่นับง่าย เช่น จำนวนจังหวัด, จำนวนวัน, จำนวนวงโคจร
การกำหนดกรอบแบบนี้ทำให้เราไม่เผลอไปตอบ 3,000 ในเรื่องที่ควรอยู่ระดับ 3 ล้าน
ทริคเสริม:
ถ้าไม่แน่ใจหน่วย ให้ถามตัวเองว่า
“ถ้าใครตอบแค่ 5 หรือ 10 ในคำถามนี้ มันดูตลกไหม?”
“ถ้าใครตอบเป็นแสนล้าน มันดูเกินจริงเกินไปไหม?”
แค่นี้เราก็เริ่มตัดช่วงเลขที่ไร้สาระออกไปได้แล้ว
ขั้นที่ 4 – เดาว่า “คนเขียนโจทย์อยากให้เราเซอร์ไพรส์ด้านไหน”
นี่คือส่วนที่สนุกและลึกหน่อย
โดยธรรมชาติ คนเขียนคำถาม Wits and Wagers มักเลือกโจทย์ที่
- คำตอบ “เยอะกว่าที่คิด”
- หรือน้อยกว่าที่คนทั่วไปคิด
ก่อนเขียนเลข ให้ลองเดาว่า
“ถ้าเราเป็นคนเขียนคำถามนี้ เราอยากให้ผู้เล่นพูดว่า ‘จริงดิ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ’ หรือ ‘เห้ย น้อยเกินคาด!’ มากกว่ากัน”
ยกตัวอย่าง:
- ถามจำนวน “ครั้งที่สายการบินทั่วโลกบินขึ้น–ลงต่อปี” → เรามักจะเซอร์ไพรส์ด้าน “เยอะเกินคาด”
- ถามจำนวน “ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ” → หลายคนมักคิดว่าน่าจะเยอะ แต่คำตอบจริงอาจน้อยกว่าที่คิด
พอเราจับโทนได้ว่าเขาจะเฉลยให้เราตกใจทางไหน เราจะปรับการเดาให้เอนไปข้างนั้นหน่อย ๆ โดยไม่หลุดกรอบที่ตั้งไว้ในขั้นก่อน
ขั้นที่ 5 – ค่อยเริ่มคิดเลขด้วยทริคอื่นที่มี
เมื่อ “อ่านโจทย์” เสร็จแล้ว ค่อยเอาทริคอื่นเข้ามาใช้ เช่น
- ทริค “เลขอ้างอิงประจำตัว” → หาเลขที่รู้ดีในหัว แล้วเทียบว่าโจทย์นี้น่าจะกี่เท่าของมัน
- ทริคอ่านกระดาน → ใช้ตอนเห็นคำตอบทุกคนแล้ว
- ทริคบริหารชิป → ใช้ตอนเลือกว่าจะเซฟ–เสี่ยงแค่ไหน
สังเกตว่า ทริคอ่านโจทย์จะอยู่ด้านหน้าเสมอ เป็นเหมือน filter แรก ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกส่งเข้าสมองส่วน “คำนวณ”
ตัวอย่างจริง: ใช้ทริคอ่านโจทย์ทีละขั้น
ลองสมมติคำถามสไตล์ Wits and Wagers แล้วใช้ทริคนี้ให้เห็นภาพ
ตัวอย่างที่ 1 – จำนวนประเทศ
“มีกี่ประเทศในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ (official language)?”
อ่านโจทย์ให้เป็น
- ฟังให้จบ จะได้คำสำคัญว่า “กี่ประเทศในโลก – ภาษาอังกฤษ – ภาษาทางการ”
- คีย์เวิร์ดสำคัญคือคำว่า “ภาษาทางการ” ไม่ใช่แค่ “พูดภาษาอังกฤษได้”
- กรอบคร่าว ๆ:
- ประเทศทั้งโลกมีประมาณ 200 กว่า
- คนเขียนคงไม่ตั้งคำถามถ้าคำตอบเป็นแค่ 2–3 หรือ 180–190 เพราะไม่น่าเซอร์ไพรส์เท่าไหร่
- เดาใจคนออกข้อสอบ:
- คนทั่วไปน่าจะคิดว่ามีเยอะมากแน่ ๆ เพราะเราเห็นภาษาอังกฤษไปหมด
- คนเขียนน่าจะอยากเฉลยให้เรารู้ว่า “จริง ๆ มีน้อยกว่าที่คิดนะ”
จากขั้นตอนนี้ แม้เรายังไม่รู้เลขเป๊ะ ๆ แต่เราพอเดาได้คร่าว ๆ ว่า
- คำตอบคงไม่ต่ำกว่า 10 (ไม่งั้นจะน้อยจนไม่น่าใจหาย)
- คงไม่เกิน 100 (ไม่งั้นกลายเป็นว่าครึ่งโลกใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการไปแล้ว)
ก็จะเหลือช่วงที่สมเหตุสมผล เช่น 20–60 ให้ไปเดาต่อด้วยทริคอื่น
ตัวอย่างที่ 2 – เวลาเดินทาง
“ถ้าขับรถอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วเฉลี่ย 80 กม./ชม. จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ จะใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมง?”
อ่านโจทย์ให้เป็น
- ฟังคำว่า “ความเร็วเฉลี่ย 80 กม./ชม.” กับ “อย่างต่อเนื่อง” ดี ๆ → แปลว่าตัดเรื่องรถติด แวะกินข้าว ออกไป
- หัวใจโจทย์คือการเอา “ระยะทาง” หารด้วย “ความเร็วเฉลี่ย”
- เรารู้คร่าว ๆ ว่าระยะทาง กทม.–เชียงใหม่ ประมาณ 700 กม.
- กรอบคำตอบ:
- 700 / 80 ≈ 8–9 ชั่วโมง
- ถ้าคนเขียนอยากให้เซอร์ไพรส์ คงอยากให้รู้ว่า “จริง ๆ ใกล้เคียงกับจำนวนชั่วโมงที่หลายคนเดาอยู่แล้ว” หรืออาจใช้เพื่อเปรียบเทียบกับคำถามอื่นในรอบถัดไป
จะเห็นว่า ถ้าอ่านโจทย์ไม่เป็น เราอาจมั่วไปที่ 12–15 ชั่วโมง เพราะดันเผลอคิดถึงการแวะพัก กินข้าว เติมน้ำมัน ทั้งที่โจทย์ตัดเรื่องนี้ออกไปแล้ว
ใช้ทริคอ่านโจทย์ในโหมดเล่นเป็นทีม
เวลาเล่นเป็นทีม ทริคนี้ยิ่งเด่น เพราะช่วยให้ทุกคน “คุยภาษาเดียวกัน” ก่อนเริ่มปั้นเลข
ลองใช้ flow ง่าย ๆ แบบนี้ในทีม
- พิธีกรอ่านโจทย์จบ
- ให้คนหนึ่งในทีมลองพูดสรุปโจทย์สั้น ๆ เช่น “เอาง่าย ๆ คือเขาถามจำนวน X ต่อหนึ่งปีแหละ”
- คนอื่นช่วยกันเติมถ้าเห็นว่าขาดอะไร เช่น “เฮ้ย เขาใช้คำว่า ‘เฉลี่ยนะ’ ไม่ใช่ ‘ครั้งสูงสุด’ นะ”
- พอทุกคนเห็นภาพเดียวกันแล้ว ค่อยเริ่มคิดเลขในหัวใครหัวมัน
วิธีนี้ช่วยลดเคส “เข้าใจโจทย์คนละอย่างทั้งทีม” ได้เยอะมาก
ในโลกจริงก็เหมือนกัน เวลาเราตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ กับเพื่อนหรือทีมงาน เช่น จะลงทุนอะไรดี จะลองเข้าไปใช้แพลตฟอร์มไหน (สมมติบางคนพูดถึงการไปสมัครอะไรสักอย่างแบบ สมัคร UFABET ขึ้นมา) ถ้าเราไม่หยุด “สรุปโจทย์” ก่อน ทุกคนจะเถียงกันด้วยโจทย์คนละชุด แต่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังคุยไม่ตรงเรื่อง
หลุมพรางยอดฮิตของคนที่อ่านโจทย์ไม่สุด
มาดูข้อผิดพลาดที่โผล่บ่อย ๆ ในโต๊ะ Wits and Wagers เวลาเราไม่ใช้ทริคอ่านโจทย์ให้เต็ม ๆ
หลุมพรางที่ 1 – สนใจ “คำแรก” ลืม “คำท้าย”
เช่นได้ยินแค่ “กี่ประเทศในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษ…” แล้วสมองลืมส่วน “เป็นภาษาทางการ” ไปเลย ผลคือเราเดาจำนวนประเทศที่ “พูดอังกฤษได้” แทน
วิธีแก้:
ฝึกให้ตัวเองทวนโจทย์สั้น ๆ ในหัวเสมอหลังฟังจบ โดยเน้นหางประโยคด้วย
หลุมพรางที่ 2 – ลืมเรื่อง “หนึ่งปี / หนึ่งวัน / ต่อคน / ทั้งหมด”
คำว่า
- “ต่อหนึ่งคน”
- “ต่อปี”
- “ทั้งโลก”
คือคำที่ทำให้เลขกระโดด 10–100 เท่าได้ทันที ถ้าลืมไปตัวเดียวจบเลย
วิธีแก้:
เวลาได้ยินคำพวกนี้ ให้เน้นในหัวเหมือนใช้ปากกาไฮไลต์ เช่น
“โอเค ทั้งโลก–ต่อหนึ่งปี”
หรือเขียนสั้น ๆ ที่มุมกระดานคำตอบก่อนค่อยคิดเลขก็ได้
หลุมพรางที่ 3 – คิดเลขก่อนอ่านโจทย์
บางคน (โดยเฉพาะสายคิดไว) จะเริ่มปั้นเลขตั้งแต่พิธีกรอ่านไปครึ่งประโยค ทำให้พอเขาพูดถึงเงื่อนไขตอนท้าย สมองเราก็ไม่รับแล้ว เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการคำนวณของตัวเอง
วิธีแก้:
ตั้ง “กฎส่วนตัว” ว่า
“ห้ามคิดเลขจนกว่าจะได้ยินคำถามจบครบหนึ่งรอบ”
ฟังดูเล็กน้อย แต่ช่วยเพิ่มคุณภาพคำตอบได้เยอะ
ใช้ทริคอ่านโจทย์เชื่อมกับทริคอื่นที่เราเคยใช้
ทริคนี้ไม่ได้แยกอยู่โดด ๆ มันคือ “ด่านแรก” ของการคิดทั้งหมดในเกม
Flow ที่ดีในหนึ่งรอบของการเล่น Wits and Wagers อาจจะประมาณนี้
- ใช้ ทริคการเล่นบอร์ดเกม Wits and Wagers อ่านโจทย์ให้เป็น → เข้าใจว่ากำลังถูกวัดอะไร
- ใช้ “เลขอ้างอิงประจำตัว” → คิดช่วงตัวเลขที่เป็นไปได้
- เขียนคำตอบของตัวเองลงไป
- เปิดกระดาน → ใช้ทริคอ่านรูปกระดานคำตอบ
- ใช้ทริคบริหารชิป → แบ่งชิปเซฟ–ชิปเสี่ยงให้ตรงสถานการณ์ คะแนนนำ–ตาม
พอเราเล่นหลายเกมด้วย flow นี้ ความรู้สึกจะเปลี่ยนจาก “เกมที่ต้องเดามั่ว” เป็น “เกมที่ได้ใช้หัวคิดแบบจัดเต็ม แต่ยังสนุกและหัวเราะได้ตลอด”
FAQ สั้น ๆ เกี่ยวกับการใช้ทริคอ่านโจทย์
ต้องเป็นคนชอบภาษา ถึงจะใช้ทริคนี้ได้ไหม
ไม่จำเป็นเลย แค่ยอมเสียเวลา 2–3 วินาทีฟังโจทย์ให้จบ แล้วสรุปในหัวด้วยคำตัวเอง ก็ถือว่าใช้ทริคนี้แล้ว ที่เหลือแค่ฝึกบ่อย ๆ ให้ติดเป็นนิสัย
ถ้าฟังไม่ทันล่ะ ทำไงดี
ถ้าเล่นกับเพื่อนสนิท บอกเขาได้เลยว่า “อ่านอีกทีได้ไหม เมื่อกี้คิดเลขไปก่อนแล้วหลุดหางโจทย์” ส่วนใหญ่ทุกคนพร้อมให้อ่านซ้ำอยู่แล้ว เพราะตัวเองก็มักเผลอเหมือนกัน
อ่านโจทย์เก่งขึ้นแล้ว แต่มือยังเขียนเลขพลาดอยู่ดี ควรโฟกัสอะไรต่อ
ดีมากแล้ว เพราะอย่างน้อย “โจทย์ที่เราตอบ” คือโจทย์ที่ถูกตัว ไม่ใช่โจทย์ที่เข้าใจผิด ขั้นต่อไปค่อยฝึกทริคเกี่ยวกับการเดาเลข เช่น เลขอ้างอิง การตีสเกล หรือการอ่านกระดาน
ทริคนี้ใช้ในชีวิตจริงได้ยังไงบ้าง
ใช้ได้แทบทุกอย่างที่มีคำว่า “เงื่อนไข” หรือ “ข้อเสนอ” เช่น
- อ่านสัญญา
- อ่านโปรโมชัน
- อ่านข้อเสนอหรือตัวเลขผลตอบแทน
- อ่านหน้าเว็บที่ชวนเล่น–ชวนลุ้นอะไรสักอย่าง
สุดท้ายนี้ ถ้าให้สรุปทริคนี้สั้นที่สุดก็คงประมาณว่า
ก่อนจะเดาเลขทุกครั้งใน Wits and Wagers ให้ถามตัวเองก่อนว่า
“เราเข้าใจโจทย์ครบจริง ๆ แล้วหรือยัง?”
การหยุดฟัง สรุปคีย์เวิร์ด จับกรอบ เดาใจคนเขียนโจทย์ แล้วค่อยเริ่มคิดเลข คือหัวใจของ ทริคการเล่นบอร์ดเกม Wits and Wagers อ่านโจทย์ให้เป็น อย่างแท้จริง พอเราฝึกจนชิน เราจะไม่ใช่คนที่โดนคำถามหลอกง่าย ๆ อีกต่อไป ทั้งบนโต๊ะเกม บนหน้าจอมือถือ หรือหน้าเว็บไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาเกม โปรโมชั่นร้านค้า หรือแพลตฟอร์มลุ้นผลที่ชื่อคุ้นหูอย่าง ยูฟ่าเบท
เราจะกลายเป็นคนที่อ่านเกม อ่านโจทย์ และอ่านโลกได้ดีขึ้นทีละนิด ผ่านการหัวเราะ ลุ้น และเดาไปพร้อมกันบนโต๊ะเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Wits and Wagers นี่แหละ 💛